← กลับไปหน้าบทความ
จัดการสต็อก

ร้านเล็กมีหลายคลังหรือหลายสาขา จัดสต็อกออนไลน์อย่างไร

มีของรวมทั้งบริษัทไม่ได้แปลว่าสาขาที่ลูกค้ามาซื้อมีของอยู่จริง

ร้านเล็กมีหลายคลังหรือหลายสาขา จัดสต็อกออนไลน์อย่างไร

ร้านเล็กจำนวนมากเริ่มนับสินค้าด้วยสมุดหรือ Excel เพราะคุ้นมือและแทบไม่มีต้นทุน แต่เมื่อขายทั้งหน้าร้านและออนไลน์ ข้อมูลในไฟล์อาจไม่ทันยอดขายจริง คำถามไม่ใช่ Excel ดีหรือไม่ดี แต่คือเมื่อไรควรเปลี่ยนมาใช้ระบบจัดการสต็อกที่ทุกคนดูตัวเลขชุดเดียวกัน

สัญญาณว่าตารางเริ่มไม่พอ

หากต้องถามกันบ่อยว่าสินค้ายังเหลือไหม มีไฟล์หลายเวอร์ชัน หรือใช้เวลาปิดยอดทุกเย็นมากขึ้น นั่นคือสัญญาณแรก อีกสัญญาณคือขายของที่คิดว่ามี แต่ไปหยิบจริงแล้วไม่พบ ปัญหานี้กระทบทั้งเวลาของทีมและความเชื่อมั่นลูกค้า

เตรียมข้อมูลก่อนย้าย

รวบรวมชื่อสินค้า SKU บาร์โค้ด หน่วยนับ ราคาต้นทุน ราคาขาย และจำนวนคงเหลือ ณ วันที่เลือกไว้ ตรวจชื่อซ้ำและกำหนดรหัสสินค้าให้คงที่ อย่าย้ายข้อมูลที่ไม่รู้ที่มาไปทั้งก้อน เพราะจะพาความคลาดเคลื่อนเดิมเข้าสู่ระบบใหม่

เริ่มแบบเล็กแล้วค่อยขยาย

เริ่มจากสินค้าขายดีและงสินค้าเสื้อรุ่นเดียวกันแต่ต่างสีหรือต่างไซซ์ไม่ควรใช้รหัสเดียวกัน หากยังเรียกด้วยชื่อยาว ๆ ทีมอาจหยิบผิดและรายงานยอดคงเหลือผิดไปด้วย การตั้ง SKU เป็นพื้นฐานของระบบจัดการสต็อกสำหรับร้านเล็กที่มักถูกข้าม บทความนี้อธิบายวิธีออกแบบรหัสที่ใช้ได้จริงโดยไม่ทำให้ซับซ้อนเกินไป

SKU คือรหัสภายใน ไม่ใช่ชื่อสินค้า

SKU เป็นรหัสที่ธุรกิจตั้งเพื่อแยกสินค้าทุกแบบที่ต้องนับต่างกัน เช่น เสื้อสีขาวไซซ์ M กับสีขาวไซซ์ L ควรเป็นคนละ SKU ส่วนชื่อสินค้ายังเขียนให้อ่านง่ายได้ตามปกติ บาร์โค้ดจากผู้ผลิตอาจใช้ร่วมกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแทน SKU เสมอไป

เลือกรูปแบบที่ทีมจำได้

ใช้ส่วนประกอบไม่กี่ชุด เช่น ประเภท–รุ่น–สี–ขนาด แล้วกำหนดคำย่อเป็นมาตรฐาน ตัวอย่าง TSH-101-WHT-M บอกประเภท รุ่น สี และไซซ์ หลีกเลี่ยงอักขระที่อ่านสับสนอย่าง O กับ 0 และอย่าใส่ข้อมูลที่เปลี่ยนบ่อย เช่น ราคา

จัดการสินค้าเก่ตอนรับสินค้ากล่องใหม่เข้าคลังหรือหยิบออเดอร์ส่งลูกค้า การพิมพ์รหัสสินค้าทีละตัวช้าและผิดได้ง่าย ระบบจัดการสต็อกที่สแกนบาร์โค้ดผ่านมือถือจึงเหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กซึ่งไม่อยากลงทุนอุปกรณ์มากตั้งแต่วันแรก อย่างไรก็ตาม การสแกนจะช่วยได้จริงก็ต่อเมื่อรหัสสินค้าและขั้นตอนทำงานถูกวางให้ชัด

เตรียมรหัสและฉลากให้พร้อม

เริ่มจากเช็กว่าสินค้าแต่ละแบบมี SKU ไม่ซ้ำ หากไม่มีบาร์โค้ดจากผู้ผลิต สามารถสร้างฉลากบาร์โค้ดสำหรับรหัสภายในได้ เลือกขนาดพิมพ์ที่กล้องอ่านง่าย ติดในจุดที่พนักงานหยิบหรือรับสินค้าได้สะดวก

ใช้สแกนในจุดที่ผิดพลาดบ่อย

งานรับเข้าสินค้าช่วยยืนยันว่ากล่องที่ได้รับตรงกับรายการที่สั่ง งานจ่ายออกช่วยลดการหยิบผิดรุ่น ส่วนการตรวจนับใช้สแกนเพื่อดึงรายการขึ้นมาแทนการเลื่อนหาชื่อยาว ๆ แต่ทุกขั้นตอนยังต้องยืนยันจำนวนก่อนบันทึก

กล้องมือถือกับเครื่องสแกนต่างกันอย่างไรหลายร้านรู้จำนวนสินค้าที่ซื้อและจำนวนที่ขาย แต่สต็อกกลับไม่ตรง เพราะของตีกลับ ของเสีย หรือการย้ายจุดเก็บไม่ได้ถูกบันทึกไว้ ระบบจัดการคลังออนไลน์จะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อทีมกำหนดขั้นตอนรับเข้า จ่ายออก และคืนสินค้าให้ครบตั้งแต่ต้น

รับเข้า: ตรวจของก่อนเพิ่มยอด

เทียบสินค้าที่มาถึงกับเอกสารหรือคำสั่งซื้อ ตรวจรุ่น สี ขนาด และจำนวน จากนั้นจึงบันทึกรับเข้าตาม SKU หากของขาดหรือชำรุดให้แยกบันทึก ไม่เพิ่มยอดเต็มตามเอกสารโดยอัตโนมัติ

จ่ายออก: ผูกกับงานที่เกิดจริง

เมื่อหยิบสินค้าเพื่อส่งออเดอร์หรือใช้ภายใน ควรบันทึกประเภทการจ่ายออกและเลขอ้างอิงก่อนแพ็กเสร็จ กำหนดว่าใครเป็นคนยืนยันจำนวน เพื่อไม่ให้ทีมสองคนตัดยอดซ้ำกัน

ตีกลับ: ยังไม่ใช่ของพร้อมขายเสมอ

สินค้าคืนจากลูกค้าหรือขสินค้าขายดีหมดในวันที่ลูกค้าต้องการอาจทำให้พลาดยอดขาย แต่สั่งเผื่อมากเกินก็จมเงินอยู่บนชั้น ระบบสต็อกออนไลน์ควรช่วยให้ร้านเห็นสินค้าใกล้หมด ทว่าตัวเลขแจ้งเตือนเดียวกันทุก SKU อาจไม่เหมาะกับสินค้าทุกชนิด

เริ่มจากยอดขายและเวลารอของ

ดูว่าสินค้าหนึ่งรุ่นขายเฉลี่ยวันละกี่ชิ้น และซัพพลายเออร์ใช้เวลากี่วันกว่าจะส่งถึง ถ้าขายเฉลี่ยวันละ 2 ชิ้นและรอของ 5 วัน จุดสั่งซื้อใหม่ควรสูงกว่า 10 ชิ้นเล็กน้อย เพื่อเผื่อความผันผวน ไม่ใช่รอให้เหลือศูนย์

แยกสินค้าขายเร็วกับขายช้า

สินค้าออกทุกวันต้องตรวจบ่อยกว่าสินค้าที่ขายเดือนละครั้ง ส่วนของตามฤดูกาลควรใช้ข้อมูลช่วงเดียวกันของปีหรือแคมเปญ ไม่ใช้ค่าเฉลี่ยสั้น ๆ เพียงช่วงเดียว

ตั้งแจ้งเตือนให้เมื่อร้านเปิดจุดแพ็กของเพิ่มหรือฝากของไว้คนละสาขา ยอดรวมเดียวอาจทำให้ทีมตอบลูกค้าผิด ระบบจัดการคลังออนไลน์สำหรับหลายสาขาจึงต้องบอกให้ชัดว่าสินค้าอยู่ที่ไหน ใครย้าย และยอดของแต่ละที่เหลือเท่าไร

กำหนดชื่อสถานที่ให้ตรงกัน

เริ่มจากรายชื่อคลัง สาขา จุดแพ็ก และพื้นที่พักสินค้าคืน อย่าใช้ชื่อใกล้เคียงกันหลายแบบ เช่น คลังหลัก MAIN และโกดังใหญ่ หากหมายถึงที่เดียวกัน เพราะรายงานจะกระจายเป็นหลายกลุ่ม

รับเข้าและจ่ายออกตามสถานที่จริง

สินค้าที่ซื้อเข้าอาจส่งตรงสาขา ไม่จำเป็นต้องผ่านคลังกลางเสมอ บันทึกตำแหน่งรับเข้าให้ถูก และเวลาขายต้องตัดจากสาขาที่หยิบจริง ไม่ใช่จากยอดรวมทั้งบริษัท

การโอนย้ายต้องมีสองด้าน

เมื่อย้ายสินค้าออกจากคลังหนึ่งไปอีกคลังหนึ่ง ควรมีรายการโอนพร้อมต้นทาง ปลายทาง จำนวน และผู้รับ หากของอยู่ระหว่างขนส่ง ควรมีขั้นตอนยืนยันปลายทางก่อนถือว่าพร้อมขาย

อ่านรายงานแยกสาขาก่อนสรุปรวม

ยอดรวมช่วยเห็นภาพธุรกิจ แต่การตัดสินใจเติมของต้องดูระดับสาขา สินค้าขายดีของแต่ละพื้นที่อาจไม่เหมือนกัน ตรวจยอดใกล้หมดและสินค้าค้างเป็นรายสาขาก่อนสั่งเพิ่ม

เช็กลิสต์นำไปใช้

สรุป

ดูแนวคิดระบบหลายคลังใน THODSTOCK และประเมินแพ็กเกจที่เหมาะกับทีมมีคนรับผิดชอบ

ตัวเลขใกล้หมดในระบบควรไปต่อเป็นงานสั่งซื้อจริง ระบุว่าใครตรวจรายการ ใครอนุมัติ และจะเช็กซ้ำวันไหน หากแจ้งเตือนขึ้นทุกวันแต่ไม่มีเจ้าของงาน ระบบจะกลายเป็นเพียงตัวเลขที่ถูกมองผ่าน

ปรับจุดสั่งซื้อหลังใช้งาน

ทุกเดือนให้ตรวจว่าสินค้าตัวใดขาดบ่อยหรือตัวใดค้างนาน แล้วปรับระดับแจ้งเตือนตามข้อมูลจริง ช่วงโปรโมชันอาจต้องเพิ่มยอดสำรองชั่วคราว และลดกลับเมื่อแคมเปญจบ

เช็กลิสต์นำไปใช้

สรุป

อ่านต่อเรื่อง การจัดการสต็อกออนไลน์ เพื่อวางข้อมูลสินค้าให้พร้อมนส่งต้องตรวจสภาพก่อนเพิ่มกลับเข้าไปยังสินค้าพร้อมขาย บันทึกบริษัทขนส่ง สาเหตุ และผลการตรวจ หากเปิดกล่องแล้วขายต่อไม่ได้ ควรแยกสถานะหรือพื้นที่เก็บ

ปิดวันด้วยรายการผิดปกติ

ก่อนจบวันให้ดูรายการรับเข้า–จ่ายออกที่ไม่มีเลขอ้างอิง จำนวนที่มากผิดปกติ และสินค้าคืนที่ยังไม่ตรวจ การแก้ปัญหาในวันเดียวกันง่ายกว่ารอถึงสิ้นเดือนแล้วไล่หาคนทำรายการ

เช็กลิสต์นำไปใช้

สรุป

ดูภาพรวมการทำงานรับเข้า–จ่ายออกใน ระบบ THODSTOCK

กล้องมือถือเหมาะกับทีมเล็กหรือจุดทำงานที่เคลื่อนที่บ่อย เครื่องสแกน USB หรือ Bluetooth เหมาะกับโต๊ะทำงานที่มีปริมาณรายการสูง ไม่ว่าทางไหนควรทดสอบกับฉลากจริง แสงจริง และความเร็วอินเทอร์เน็ต ณ จุดใช้งาน

ตรวจความถูกต้องหลังสแกน

หลังสแกนต้องแสดงชื่อสินค้า รุ่น และจำนวนคงเหลือให้ผู้ใช้ตรวจอีกครั้ง อย่าถือว่าบาร์โค้ดอ่านได้แล้วข้อมูลต้องถูกเสมอ หากฉลากติดผิดหรือสินค้าเปลี่ยนแพ็กเกจ ควรแก้ข้อมูลต้นทางก่อนทำรายการต่อ

เช็กลิสต์นำไปใช้

สรุป

ลอง สร้างบาร์โค้ดฟรี และดูวิธีใช้มือถือกับ THODSTOCKาและสินค้าใหม่

ทำตารางเทียบชื่อเดิมกับ SKU ใหม่ก่อนนำเข้าระบบ ตรวจซ้ำว่าหนึ่ง SKU ไม่ชี้ไปสองสินค้า เมื่อเพิ่มรุ่นใหม่ ให้ใช้กติกาเดียวกัน และควรเก็บประวัติรหัสเดิมไว้หากเคยใช้ในเอกสารหรือใบสั่งซื้อ

เชื่อม SKU กับการทำงานจริง

ติดป้าย SKU ที่ชั้นเก็บหรือบนฉลากสินค้า และทดลองค้นหาจากมือถือในจุดหยิบของจริง เมื่อตั้งรหัสแล้วให้ใช้รหัสเดียวกันในการรับเข้า จ่ายออก และรายงาน วิธีนี้ช่วยให้ย้อนดูความเคลื่อนไหวของสินค้าแต่ละแบบได้ตรงกัน

เช็กลิสต์นำไปใช้

สรุป

หากต้องทำฉลากสินค้า ลองใช้ เครื่องมือสร้างบาร์โค้ดฟรี แล้วนำรหัสไปใช้กับระบบสต็อกออนไลน์านรับเข้า–จ่ายออกที่เกิดทุกวัน ให้คนหนึ่งคนรับผิดชอบตรวจยอดตั้งต้น แล้วจึงเปิดให้ทีมใช้งานร่วมกัน หลังใช้งานหนึ่งสัปดาห์ให้นับสินค้าตัวอย่างเทียบกับระบบเพื่อหาช่องว่าง

วัดผลหลังเปลี่ยน

ติดตามเวลาที่ใช้ค้นหาสินค้า จำนวนครั้งที่ขายเกินสต็อก และรายการที่ต้องแก้ยอด หากตัวเลขเหล่านี้ลดลงและทีมเปิดข้อมูลจากมือถือได้ทันที แปลว่าระบบสต็อกออนไลน์เริ่มช่วยงานจริง ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนที่เก็บไฟล์

เช็กลิสต์นำไปใช้

สรุป

ดูแนวทางการทำงานของ THODSTOCK ที่ หน้าระบบจัดการสต็อก และเริ่มจากข้อมูลสินค้าที่มีอยู่ได้